if (e.which == 3) { alert(message);return false; }}} if (document.layers) {document.captureEvents(Event.MOUSEDOWN); }document.onmousedown=click; // -->

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Save time 12 Tuesday Date 27 October 2015


Diary notes.


Knowledge.


      กิจกรรมการทดลองภายในห้องเรียน

กิจกรรมที่ 1 ดอกไม้บาน

อาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 - 5 คน และเลือก 1 คน เป็นผู้สังเกตและจดบันทึกพฤติกรรมระหว่างทำกิจกรรมของเพื่อนในกลุ่ม
     ขั้นตอนการทดลอง
1. นำกระดาษพับเป็นสี่ส่วน แล้วตัดเป็นกลีบดอกไม้
2. ระบายสี หรือทำสัญญาลักษณ์กลีบดอกไม้ของแต่ละคน
3. พับกลีบดอกไม้ซ้อนกัน หลวมๆ
4. วางกลีบดอกไม้ลงบนถาดพร้อมกัน
5. สังเกตการเลี่ยนแปลง เช่น การจม การบานของกลีบดอกไม้ เป็นต้น

จากกิจกรรมสรุปได้ว่า ดอกไม้ของเพื่อนในกลุ่มจะมีการบาน และจมที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาด และรูปทรงหรือลักษณะของกลีบดอกไม้ ซึ่งดอกไม้ที่มีกลีบใหญ่จะบานก่อนกลีบดอกที่เล็กกว่า


กิจกรรมที่ 2 รูไหนน้ำพุงแรง


    ขั้นตอนการทดลอง
1. นำขวดพลาสติกที่เจาะรูไว้ 3 ระดับ
2. ปิดรูขวดด้วยเทปกาว และเติมน้ำให้เต็มขวด
3. แกะเทปกาวออกทีละรู
4. สังเกตและเปรียบเทียบระดับของน้ำที่พุ่งออกมา




จากกิจกรรมสรุปได้ว่า เมื่อทดลองเปิดน้ำทีละรู พบว่ารูบนสุดจะมีระดับการพุ่งไกลที่สุด และเมื่อทดลองเปิดน้ำพร้อมกันทั้ง 3 รู พบว่ารูที่อยู่ตรงกลางมีระดับการพุ่งไกลที่สุด ที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำมีแรงดันจากอากาศ


กิจกรรมที่  3 น้ำผุจากขวดน้ำ


    ขั้นตอนการทดลอง
1. เทน้ำลงขวดในขณะที่ตั้งสายยางในระดับเดียวกัน
2. สังเกตการไหลของน้ำ
3. ทดลองปิดฝาขวด และสังเกตการไหลของน้ำ
4. นำยางลงมาในระดับที่ต่ำกว่าขวด
5. สังเกตการไหลของน้ำ






จากกิจกรรมสรุปได้ว่า เมื่อเทน้ำลงขวดในขณะที่ตั้งสายยางในระดับเดียวกัน พบว่ามีน้ำผุไหล เมื่อทดลองปิดฝาขวด พบว่าน้ำไม่ไหลออก และเมื่อทดลองนำยางลงมาในระดับที่ต่ำกว่าขวด พบว่าน้ำผุพุ่งสูงขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เกิดจากการดันของอากาศ และน้ำจะไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ


กิจกรรมที่  4 ลูกยางกระดาษ


 ขั้นตอนการทดลอง
1. ตัดกระดาษเป็นรูสี่เหลี่ยมพื้นผ้า จากนั้นตัดตรงกลางเป็นแนวตั้งความยาวครึ่งหนึ่งของกระดาษ
2. พับชายที่เหลือเก็บ
3. นำคลิปหนีบกระดาษมาหนีบไว้
4. ทดลองโยน โดยให้โยนพร้อมกัน
5. สังเกตการหมุนของกระดาษ และระยะเวลาการลอยตัวบนอากาศ





จากกิจกรรมสรุปได้ว่า ลักษณะการหมุน และระยะเวลาช้า เร็วขึ้นอยู่กับการโยนและตำแหน่งติดคลิปหนีบกระดาษ


กิจกรรมที่  5 ไหมพรหมเต้นระบำ


    ขั้นตอนการทดลอง
1. นำหลอดดูดน้ำมาตัดครึ่งหนึ่ง
2. จากนั้นนำไหมพรหมมาสอดใส่ และมัดปม
3. ทดลองเป่าหลอดไหมพรหม
4. สังเกตการเคลื่อนไหวของไหมพรหม







จากกิจกรรมสรุปได้ว่า เมื่อเราเป่าหลอดไหมพรหม ไหมพรหมก็จะเคลื่อนที่ คล้ายเต้นระบำ ยิ่งเราเ่าออกแรงเป่ามากเท่าไรไหมพรหมก็จะยิ่งเคลื่อนที่แรงมากเท่านั้น


กิจกรรมที่  6 เทียนไข


    ขั้นตอนการทดลอง
1. จุดเทียน
2. แล้วนำแก้วไปครอบ
3. สังเกตการเปลี่ยนแปลง



จากกิจกรรมสรุปได้ว่า เมื่อเรานำแก้วไปครอบเทียน พบว่าเทียนค่อยๆ ดับและดับลงนที่สุด ที่เป็นเช่นนี้เพราะในอากาศมีออกซิเจนอยู่ เพราะออกซิเจนมีคุณสมบัติที่ช่วยในการติดไฟ เมื่อเราครอบแก้วลงไปเทียนไขจึงดับลง


skills.
  
    1. skills ด้าน Technology
        1.1 การ Search Information จาก Internet
        1.2 การจัดทำแผนที่ความคิด My mapping สรุป Knowledge
    2. skills ด้านความคิด
        2.1 การแสดงความคิดอย่างอิสระ กล้าคิด และคิดเป็น
    3. skills การนำเสนอ
    
    
         
Teaching methods.
     
     อาจารย์มีการใช้คำถามกระตุ้นให้นักศึกษาคิด เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น และอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักศึกษา



assessment.

classroom conditions. อากาศถ่ายเท มีอุณหภูมิพอเหมาะ เก้าอี้เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา

self. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ใช้ ร ล และคำควบกล้ำได้ถูกต้อง มีการจดบันทึกสรุปเนื้อหาที่อาจารย์สอน และตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น

friend. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

professor. อาจารย์ให้ความเป็นกันเอง บริหารเวลาในการสอนได้เหมาะสม การแต่งกายสะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบเรียบร้อย พูดเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ เข้าสอนตรงเวลา และเปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม แสดงความคิดเห็น
Save time 11 Tuesday Date 20 October 2015


Diary notes.


Knowledge.


การรายงานวิจัยของเพื่อนเลขที่12 11 และ 10
     
     นางสาวปรางชมพู บุญชม เลขที่ 10
         วิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึกทักษะ
         ผู้วิจัย เอราวรรณ   ศรีจักร
         สรุป  การวิจัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวมและจำแนกรายทักษะก่อนและหลังการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึกทักษะ และเพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึกทักษะ ผ่านชุดแบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ โดยใช้สมองเป็นฐานการเรียนรู้ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระตามชุดแบบฝึกทักษะ และแบบประเมินทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเด็กเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากการสังเกตผ่านกิจกรรมและสื่อที่หลากหลาย  และเด็กจะได้นำทักษะการสังเกต การจำแนก การสื่อสารและการลงความเห็นมาใช้อย่างต่อเนื่องจากการทำชุดแบบฝึกทักษะวิทยาศาสตร์โดยใช้สมองเป็นฐาน ส่งผลให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์


     นางสาวปัณฑิตา คล้ายสิง เลขที่ 11
          ไม่ได้นำเสนอวิจัย
         
     นางสาวชนากานต์   แสนสุข  เลขที่ 12
         วิจัย เรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนของครูปฐมวัยโดยใช้ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์
         ผู้วิจัย ชุลีพร   สงวนศรี
         สรุป  เคื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความคิดเห็นครูปฐมวัย และแบบทดสอบวัดความรู้พื้นฐานการสอนคิดครูของปฐมวัย จากการวิจัยส่งผลให้เกิดกระบวนการสังคมแห่งการแลกเปลี่ยน เรียนรู้แบบร่วมมือระหว่างนักวิจัยและชุมชน ส่งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความตระหนักเรื่องการพัฒนาเด็กให้คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาผ่านการเล่นในชีวิตประจำวัน โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5



skills.
  
    1. skills ด้าน Technology
        1.1 การ Search Information จาก Internet
        1.2 การจัดทำแผนที่ความคิด My mapping สรุป Knowledge
    2. skills ด้านความคิด
        2.1 การแสดงความคิดอย่างอิสระ กล้าคิด และคิดเป็น
    3. skills การนำเสนอ
    
    
         
Teaching methods.
     
     อาจารย์มีการใช้คำถามกระตุ้นให้นักศึกษาคิด เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น และอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักศึกษา



assessment.

classroom conditions. อากาศถ่ายเท มีอุณหภูมิพอเหมาะ เก้าอี้เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา

self. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ใช้ ร ล และคำควบกล้ำได้ถูกต้อง มีการจดบันทึกสรุปเนื้อหาที่อาจารย์สอน และตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น

friend. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

professor. อาจารย์ให้ความเป็นกันเอง บริหารเวลาในการสอนได้เหมาะสม การแต่งกายสะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบเรียบร้อย พูดเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ เข้าสอนตรงเวลา และเปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม แสดงความคิดเห็น

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Save time 10 Tuesday Date 13 October 2015


Diary notes.


Knowledge.

การสอนแบบสืบเสาะ
          
           การสืบเสาะหาความรู้ เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ และใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือ
           
      รูปแบบการเรียนการสอนแบบ Inquiry Cycles (5Es) 
             การเรียนการสอนแบบ Inquiry Cycles หรือ 5Es มีขั้นตอนในการเรียนการสอนเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ Engage Explore Explain Elaborate และ Evaluate ดังนี้

Inquiry Cycles (5Es)
     
     1. การสร้างความสนใจ (Engage) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจ
     2. การสำรวจและค้นคว้า (Explore) นักเรียนดำเนินการสำรวจ ทดลอง ค้นหา และรวบรวมข้อมูล วางแผนกำหนดการสำรวจตรวจสอบ หรือออกแบบการทดลอง
     3. การอธิบาย (Explain) นักเรียนนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ และค้นหามาวิเคราะห์ แปลผล สรุปและอภิปราย พร้อมทั้งนำดสนอในรูปแบบต่างๆ
     4. การขยายความรู้ (Elaborate) เป็นการนำความรู้ที่สร้างขึ้นไปเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือแนวคิดที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม หรือนำแบบจำลองหรือข้อสรุปที่ได้ไปใช้อธิบายสถานการณ์หรือเหตุการณ์อื่นๆ 
     5. การประเมิน (Evaluate) เป็นการประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่างๆ นำไปสู่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่นๆ

การจัดการเรียนรู้แบบ STEM
           

          คำว่า สะเต็ม หรือ STEM เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษของศาสตร์ทั้ง 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) หมายถึง องค์ความรู้ วิชาการของศาสตร์ทั้ง 4 ที่มีความเชื่อมโยงกันในโลกของความเป็นจริงที่ต้องอาศัยองค์ควารู้ต่างๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกันในการดำเนินชีวิตและการทำงาน

ทักษะทางวิทยาศาสตร์ตามกรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์เด็กปฐมวัย

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์



กิจกรรม 
           อาจารย์ให้นักศึกษาเลือกของเล่นวิทยาศาสตร์ 1 ชื้น และสำรวจ วิเคาระห์วิธีการเล่นของเล่นชิ้นนั้น จากนั้นให้นักศึกษาออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน

ของเล่นที่เลือก ประกอบด้วยกล่อง สายยาง และลูกปัดรูปทรงต่างๆ

ผู้เล่นมี 2 คน โดยนำสายยางวางบนกล่อง และนำลูปปัดหย่อนใส่
ดังภาพ


นำกล่องตั้ง และเป่าลูกปัดในสายยางให้กระเด็นชนกล่อง
ออกแรงเป่าจนกล่องล้ม

แนวคิดทางวิทยาศาสตร์

  • วัตถุจะไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ
  • แรงทำให้วัตถุเคลื่อนที่ 
ความรู้เพิ่มเติม
      เทคนิค / วิธีการบูรณาการการเรียนการสอน ผ่านสิ่งประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์
เรื่อง แม่เหล็ก
     1.  วิธีการ ครูใช้แม่เหล็กดูดสิ่งของที่เป็นโลหะ และไม่ใช่โลหะ 
          เด็กเกิดการเรียนรู้ว่า แม่เหล็กสามารถดูดโลหะได้ แต่ไม่สามารถดูดของที่ไม่ใช่โลหะ
     2.  วิธีการ ครูใช้แม่เหล็ก 4 ก้อน โดยหันขั้วที่เหมือนกันให้ดูดกันและขั้วที่ต่างกันดูดกัน
          เด็กเกิดการเรียนรู้ว่า แม่เหล็กขั้วที่เหมือนกันจะผลักกัน และแม่เหล็กขั้นที่ต่างกันจะดูดกัน

เรื่อง แรง
          วิธีการ ครูใช้วัสดุ 2 ชนิด ที่มีน้ำหนักต่างกัน
          เด็กเกิดการเรียนรู้ว่า วัสดุที่หนักจะเคลื่อนที่ช้ากว่าวัสดุที่เบา

เรื่อง แสง
          วิธีการ ครูใช้วัสดุทึบแสงให้แสงผ่าน
          เด็กเกิดการเรียนรู้ว่า แสงผ่านวัสดุทึบแสง ทำให้เกิดเงา


นำเสนอ 
      - สิ่งประดิษฐ์ ของเล่นวิทยาศาสตร์
       - กิจกรรมการทดลอง
       - ของเล่นมุมวิทยาศาสตร์

หน่วย : ต้นไม้แสนรัก
      สิ่งประดิษฐ์ กังหันลมจากไม้ไอติม



      กิจกรรมการทดลอง สีจากธรรมชาติ



      ของเล่นมุมวิทยาศาสตร์ เครื่องเขย่า จากเมล็ดพืช




       การประสิษฐ์สื่อที่ทำจากธรรมชาติ และวัสดุเหลือใช้ ทำให้เด็กรู้คุณค่าของสิ่งของ รู้จักประหยัด ส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งต่างๆ รอบตัว
           

skills.
  
    1. skills ด้าน Technology
        1.1 การ Search Information จาก Internet
        1.2 การจัดทำแผนที่ความคิด My mapping สรุป Knowledge
    2. skills ด้านความคิด
        2.1 การแสดงความคิดอย่างอิสระ กล้าคิด และคิดเป็น
    3. skills การนำเสนอ
    การนำเสนอบทความของเพื่อนเลขที่ 15 14 และ 13
     
     นางสาวสุธิณี โนนบริบูรณ์ เลขที่ 15
         บทความ เรื่อง สอนเด็กปฐมวัยให้คิดเป็น
         สรุป ครูพัชรา อังกูรขจร ได้รับการอบรบจาก สสวท. นำไปขยายผลสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ทั้งพี่เลี้ยง ครูฝึกปฏิบัติการสอน และจัดอบรมให้ผู้ปกครองเรื่องการจัดประสบการณ์บูรณาการวิทยาศาสตร์ปฐมวัย รร.บ้านแม่ละเมา ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก นำไปจัดประสบการณ์การเรียนรู้ "เด็กอนุบาลเรียนรู้วิทย์แบบบูรณาการจากการล่องแก่ง" กับเด็กชั้นอนุบาล 2 โดยเน้นการคิดวิเคราะห์ ผ่านกระบวนการสืบเสาะ 4 ขั้นตอน นอกจากเด็กจะสนุกสนานแล้ว เด็กยังได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การตั้งคำถาม การคาดคะเน การสังเกต และลงความคิดเห็น ทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการสืบเสาะหาความรู้อย่างง่ายๆ โดยผู้ปกครองมีส่วนร่วม และที่สำคัญคือได้ตระหนักถึงคุ่นค่าของแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เกิดจิตสำนึกอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนเอาไว้ให้ยั่งยืน 

     นางสาวสุธิกานต์ กางพาพันธ์ เลขที่ 14
        บทความ เรื่อง โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร? เด็กปฐมวัยไขคำตอบในวันนักวิทยาศาสตร์น้อย 2556
        สรุป "โครงการบ้านนักวิทยาศษสตร์น้อย เป็นโครงการที่พัฒนากิจกรรมสำหรับเด็กระดับปฐมวัยในด้านกระบวนการคิด สร้างพื้นฐานความพร้อมในการพัฒนาต่อยอดไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ สสวท. ดังนั้น สสวท. "


      นางสาวเจนจิรา เทียมนิล เลขที่ 13
          บทความ เรื่อง สอนลูกเรื่องแรงแม่เหล็ก
          สรุป การจัดกิจกรรรมการเรียนรู้เรื่องแรงแม่เหล็กให้แก่เด็กปฐมวัย จะเป็นเรื่องที่ท้าทายให้เด็กสนใจติดตามผลการทดลอง และนำความรู้ไปสร้างสรรค์ของเล่นของใช้อย่างแน่นอน การสอนเรื่องแรงแม่เหล็กเป็นเรื่องแปลกสำหรับเด็ก กระตุ้นความตื่นเต้นและเร้าใจของเด็กปฐมวัยได้เป็นอย่างดี และยังสอดคล้องกับกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3-5 ปี ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยไว้คือ สาระที่ 4: แรงและการเคลื่อนที่ เด็กสามารถเรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว จนสามารถเกิดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และผลจากการที่เด็กได้สัมผัสและกระทำ จะทำให้ความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ของเด็กพัฒนา ดังนั้น การเรียนเรื่องแรงแม่เหล็ก เด็กจะได้ใช้ประสาทสัมผัสกระทำผ่านกิจกรรมต่างๆ จะเกิดประโยชน์ให้เด็กมีพัฒนาการตามวัย กิจกรรมที่ครอบครัวควรจัดให้ลูกรู้เรื่องแม่เหล็ก ผ่านการทำให้ดู ชี้แนะให้เห็น สนับสนุนให้เด็กสัมผัส ทดลองจากการเล่นที่ปลอดภัย จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเข้าใจเรื่องแรงแม่เหล็ก อีกทั้งเป็นการตอบสนองความสนใจของเด็กปฐมวัยได้เป็นอย่างดี



Teaching methods.
     
     อาจารย์มีการใช้คำถามกระตุ้นให้นักศึกษาคิด เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น และอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักศึกษา



assessment.

classroom conditions. อากาศถ่ายเท มีอุณหภูมิพอเหมาะ เก้าอี้เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา

self. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ใช้ ร ล และคำควบกล้ำได้ถูกต้อง มีการจดบันทึกสรุปเนื้อหาที่อาจารย์สอน และตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น

friend. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

professor. อาจารย์ให้ความเป็นกันเอง บริหารเวลาในการสอนได้เหมาะสม การแต่งกายสะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบเรียบร้อย พูดเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ เข้าสอนตรงเวลา และเปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม แสดงความคิดเห็น



แหล่งอ้างอิง

  • http://biology.ipst.ac.th/?p=688
  • http://www.stemedthailand.org/?page_id=23
  • https://forum.eduzones.com/topic/9033

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Save time 9 Tuesday Date 06 October 2015


Diary notes.


Knowledge.

         กิจกรรม แบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม จับฉลากเลือกสาระที่ควรเรียนรู้ เพื่อเขียนหน่วยและจัดทำ My mapping
   ประกอบด้วย
           เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
           เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่
           เรื่องราวเกี่ยวธรรมชาติรอบตัว
           เรื่องเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัว



 กลุ่มของฉันได้สาระ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว
                     
          เรื่อง ต้นไม้แสนรัก

                                            ภาพแสดง My Mapping หน่วย : ต้นไม้แสนรัก

           กรอบมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ได้กำหนดสาระที่ควรเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ทั้ง 4 สาระ และสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ซึ่งมี 8 สาระ ดังตาราง

ตารางแสดงสาระที่ควรรู้และสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์




skills.
  
    1. skills ด้าน Technology
        1.1 การ Search Information จาก Internet
        1.2 การจัดทำแผนที่ความคิด My mapping สรุป Knowledge
    2. skills ด้านความคิด
        2.1 การแสดงความคิดอย่างอิสระ กล้าคิด และคิดเป็น
    3. skills การนำเสนอ
    การรายงานโทรทัศน์ครูของเพื่อนเลขที่ 18 17 และ 16
     
     นางสาวเวรุวรรณ ชูกลิ่น เลขที่ 18
         รายงานโทรทัศน์ครู เรื่อง กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก 
         โดย ครูพงศกร ไสยเพชร
         กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยของเล่นและการทดลองจากหลักวิทยาศาสตร์ โดยของเล่นที่ครูประดิษฐ์ มีดังนี้
                
              สื่อ นักดำน้ำจากหลอดกาแฟ : การทดลองเรื่องแรงลอยตัว หลอดลอยตัวได้ เพราะมีอากาศถูกกักไว้ แรงลอยตัวเท่ากับน้ำหนักของน้ำที่ถูกอากาศแทนที่


       เมื่อบีบขวด ความดันภายในขวดเพิ่มขึ้นทำให้ปริมาตรอากาศเล็กลง แรงลอยตัวจึงลดลงตามปริมาตรอากาศ หลอดจึงจม  


     เมื่อเราคลายมือ ความดันในขวดก็จะลดลง เมื่อความดันอากาศลดลง ปริมาตรอากาศก็เพิ่มขึ้น แรงลอยตัวก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณอากาศ หลอดจึงลอย
                  
             สื่อ เลี้ยงลูกด้วยลม : ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วของอากาศและความดันของอากาศ


     เมื่อเราเป่าลมใต้ลูกบอลแรงลมก็จะผลักให้ลูกบอลลอยตัวขึ้น ลมที่โดนด้านล่างของลูกบอลก็จะไหลไปข้างๆ ขึ้นไปข้างบนความดันข้างๆ ใกล้ๆ ลูกบอลจึงต่ำกว่าความดันที่ห่างออกไปจึงมีแรงผลักจากรอบๆ ให้ลูกบอลอยู่บริเวณที่มีลมเป่าขึ้นเสมอ          

             สื่อ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบง่ายๆ 


        เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลใกล้ๆ แม่เหล็กจะมีแรงดูดและแรงผลักกระทำกับกระแสไฟฟ้าและแม่เหล็ก แรงที่ว่านี้จะตั้งฉากกับทิศทางการไหลของกระแสและทิศทางของแม่เหล็ก เช่น การสร้างมอเตอร์แบบ "ไฮโปโพลาร์มอเตอร์ "
     
            สื่อ ถุงพลาสติกมหัศจรรย์ : พลาสติกมีหลายชนิด ส่วนประกอบของพลาสติกจะยึดเกาะกันเป็นเส้นๆ อย่างเหนียวแน่น

           เมื่อเราค่อยๆ แทงถุงช้าๆ เส้นเล็กๆ มีเวลาที่จะคลายตัวทำให้เนื้อพลาสติกขยาย เมื่อพลาสติกขยายจนทนไม่ไหวแล้วดินสอก็จะทะลุเข้าไป แต่เนื้อพลาสติกที่ขยายรอบๆ ดินสอจะติดตรงตัวดินสอทำให้น้ำไม่สามารถไหลออกมา
   
  นางสาววัชรี วงศ์สะอาด เลขที่ 17
         รายงานโทรทัศน์ครู เรื่อง วัยอนุบาลเรียนวิทยาศาสตร์จากสิ่งรอบตัว 
         โดย Family News Today
         สรุป การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในวัยอนุบาล ครูมีหน้าอำนวยความสะดวก และจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ให้เด็กรู้สึกว่าเป็นเรื่องสนุก ง่าย และใกล้ตัวโดยจัดกิจกรรมพาเด็กสำรวจนอกห้องเรียนให้เด็กได้สังเกตุสิ่งแวดล้อมรอบตัว ใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความคิด จัดกิจกรรมการสอนที่เกี่ยวโยงกับหน่วยการเรียนรู้ โดยนำวิทยากรพิเศษมาให้ความรู้ ทดลอง และประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ซึ่งส่งเสริมวิทยาศาตร์โดยเริ่มต้นตั้งแต่ในครอบครัวด้วยกิจกรรมและการหาคำตอบที่เป็นเหตุเป็นผล เนื่องจากครอบครัวเป็นหน่วยสำคัญที่จะทำให้เด็กสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น  

   นางสาวภัทรวรรณ หนูแก้ว เลขที่ 16
         รายงานโทรทัศน์ครู เรื่อง บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย 
         โดย โรงเรียนนารีวุฒิ
         สรุป โรงเรียนนารีวุฒิ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนทดลองวิทยาศาสตร์นักเรียนชั้นอนุบาล ในโครงการ "บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย" เพื่อส่งเสริมให้เด็กอนุบาลได้เป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลโดยมีชั่วโมงการเรียนที่เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์สอดแทรกอยู่ในทุกๆ วัน ในการทดลองนั้นจะมีอุปกรณ์ในการทดลองที่หาได้ง่ายไม่สับซ้อนที่เด็กสามารถทดลองทำ ลงมือปฏิบัติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยตนเองได้ โดยในทุกกิจกรรมจะมีคุณครูเป็นผู้คอยเสริมประสบการณ์ คอยถามเด็กอยู่เป็นระยะเพื่อให้เด็กได้คิด วิเคราะห์  สังเกต เปรียบเทียบ ตอบคำถาม การทดลองมีหลายกิจกรรม เช่น ตัวทำละลาย , ลอยน้ำได้อย่างไร , หลอดดำน้ำ , จมหรือลอย , การกรองน้ำ , ฟองมหัศจรรย์, ไหลแรงไหลค่อย เป็นต้น


Teaching methods.
     
     อาจารย์มีการใช้คำถามกระตุ้นให้นักศึกษาคิด เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น และอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักศึกษา



assessment.

classroom conditions. อากาศถ่ายเท มีอุณหภูมิพอเหมาะ เก้าอี้เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา

self. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ใช้ ร ล และคำควบกล้ำได้ถูกต้อง มีการจดบันทึกสรุปเนื้อหาที่อาจารย์สอน และตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น

friend. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

professor. อาจารย์ให้ความเป็นกันเอง บริหารเวลาในการสอนได้เหมาะสม การแต่งกายสะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบเรียบร้อย พูดเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ เข้าสอนตรงเวลา และเปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม แสดงความคิดเห็น
Teachers TV Summarize

เรื่อง การเรียนรู้นอกห้องเรียน : ส่องนกในโรงเรียน - Learning Outside the Classroom : Birdwatching in school 
      


        โรงเรียนอนุบาลเซอเรย์ สแควร์ อีเลฟเฟนแอนด์คาสเซิล ลอนดอน เป็นโรงเรียนในชุมชนที่มีจำนวนประชากรนกในเมืองสำคัญเท่าๆ กับการสำรวจนกในโรงเรียน โรงเรียนได้จัดกิจกรรมดูนกในสวนใหญ่ ทำให้เด็กสนใจที่จะสังเกตสิ่งรอบตัว ดังเช่นโรงเรียนในเมือง ชื่อโรงเรียนอนุบาลและเนิร์สเซอรี่วูเลนวิค สตีเวนิจ คาร์ดพอรดเชียร์ ครูจัดกิจกรรมดูนก โดยเริ่มจากให้เด็กรู้จักสีของนก จากนั้นสอนสาระเรื่องนก ผ่านกิจกรรมโดยการให้เด็กดูภาพนก อภิปราย เปรียบเทียบขนาด สี และสถานที่ที่น่าจะพบนก แต่งกลอนเกี่ยวกับนก แนะนำให้เด็กคุ้นเคยกับนกที่เห็นได้ทั่วไปก่อน วันต่อไปครูจัดกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กๆ ระบุชนิดของนกที่จะเห็นได้จากการดูนก จัดกิจกรรมสมมติในห้องเรียน และวันต่อไปจึงพาเด็กออกดูนกในสถานที่จริง และเด็กจะมีกระดาษเพื่อจดบันทึก โดยให้ติ๊กถูกเมื่อเห็นนกชนิดต่างๆ เพื่อนำไปสรุปผล

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Save time 8 Tuesday Date 29 September 2015

งดการเรียนการสอน
(เนื่องจากเป็นช่วงของการสอบกลางภาค)

ประจำปีการศึกษา 2558
ระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 4 ตุลาคม 2558



วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Save time 7 Tuesday Date 22 September 2015


Diary notes.


Knowledge.

ของเล่นวิทยาศาสตร์จากเศษวัสดุเหลือใช้

เรื่อง แม่เหล็ก


หอยทาก ดูด ดัน


อุปกรณ์ 

- แม่เหล็ก จำนวน 3 ก้อน                        
- แกนทิชชู จำนวน 2 อัน                          
- กระดาษสี                            
- กระดาษแข็ง
- กาว กรรไกร
- ดินสอ สีไม้หรือสีเมจิก

ขั้นตอนการทำ

1. ตัดกระดาษสีขนาดต่างๆ ตามต้องการ
2. ติดกระดาษสีที่ตัดไว้ลงบนแกนทิชชู
3. ตัดกระดาษแข็งเป็นรูปวงกลมตามขนาดแกนทิชชู ระบายสี
4. นำแม่เหล็กติดกับวงกลมที่ตัดไว้  จากนั้นนำไปติดที่แกนทิชชูอันแรกเพียงด้านเดียว และติดที่แกนทิชชูอันที่สองทั้งสองด้านเป็นขั้วที่ต่างกัน
5. วาดหอยทาก ระบายสีและตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมาติดเป็นส่วนหัวด้านหน้าของแกนทิชชูอันแรก


วิธีเล่น
           
        นำแกนทิชชูที่ติดแม่เหล็กไว้ทั้งสองด้าน หันด้านใดด้านหนึ่งเข้าหาแกนทิชชูอีกอันที่ติดแม่เหล็กเพียงด้านเดียว เมื่อหันด้านที่มีแม่เหล็กขั้วเดียวกันแม่เหล็กก็จะผลักให้แกนทิชชูที่ติดหอยทากไว้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า และถ้าหันด้านที่มีแม่เหล็กขั้วต่างกันแกนทิชชูก็จะดูดกัน


ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์

          แม่เหล็กมี  2 ขั้ว คือ ขั้วบวก และขั้วลบซึ่งขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันจะออกแรงผลักกัน และขั้วแม่เหล็กชนิดต่างกันจะดูดกัน



skills.
  
    1. skills ด้าน Technology
        1.1 การ Search Information จาก Internet
        1.2 การจัดทำแผนที่ความคิด My mapping สรุป Knowledge
    2. skills ด้านความคิด
        2.1 การแสดงความคิดอย่างอิสระ กล้าคิด และคิดเป็น
    3. skills การนำเสนอ
    การรายงานวิจัยของเพื่อนเลขที่ 21 20 และ 19
     
     นางสาวรัตนาภรณ์ คงกะพันธ์ เลขที่ 21
         รายงานวิจัย เรื่อง การคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์
         ผู้วิจัย เสกสรร   มาตวังแสง
         สรุปวิจัย การวิจัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการคิดวิจารณณาญของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย การคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล การสังเคาระห์ และการประเมินค่า ผ่านแบบทดสอบการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย และแผนการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับครูในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดการคิดได้เต็มตามศักยภาพ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติการทดลองด้วยตนเอง ซึ่งเด็กจะได้สังเกต วางแผน และสรุปผลการทดลองตามความเข้าใจด้วยตนเอง และครูมีบทบาทในการใช้คำถาม เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้คิด ขณะทำกิจกรรม ดังนั้นเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์จึงมีการคิดวิจารณญาณสูงขึ้น


     นางสาววราภรณ์ แทนคำ เลขที่ 19
          รายงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กฐมวัย
          ผู้วิจัย จุฑามาศ เรือนก๋า
          สรุปวิจัย  อ่านเพิ่มเติมในบล็อก


     นางสาวยุภา ธรรมโคตร เลขที่ 18
          รายงานวิจัย เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวืทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
          ผู้วิจัย ยุพาภรณ์   ชูสาน
          สรุปวิจัย การวิจัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติของเด็กปฐมวัยที่มีผลต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติก่อนและหลังการทดลอง โดยผ่านแผนการจัดกิจกรรการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติ และแบบทดสอบทักษะทางวิทยาศาสตร์ ผลการวิจัยหลังการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติเด็กปฐมวัยที่มีทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นกว่าก่อนใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติเด็กปฐมวัยที่มีทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
 


Teaching methods.
     
     อาจารย์มีการใช้คำถามกระตุ้นให้นักศึกษาคิด เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น และอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักศึกษา



assessment.

classroom conditions. อากาศถ่ายเท มีอุณหภูมิพอเหมาะ เก้าอี้เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา

self. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ใช้ ร ล และคำควบกล้ำได้ถูกต้อง มีการจดบันทึกสรุปเนื้อหาที่อาจารย์สอน และตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น

friend. เข้าชั้นเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

professor. อาจารย์ให้ความเป็นกันเอง บริหารเวลาในการสอนได้เหมาะสม การแต่งกายสะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบเรียบร้อย พูดเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ เข้าสอนตรงเวลา และเปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม แสดงความคิดเห็น